username
password
CAPTCHA
 
เมนูหลัก
Test Add Flash
Information
ท่องเที่ยว
คู่มือดิจิตอล
การแก้ปัญหาการใช้งานเว
ตรวจสอบลงทะเบียนชุดวิชา
test
ประวัติโรงเรียน
aaaaaaaa
ssss
dddd
Counter
วันนี้ 14 ธันวาคม 2561
วันนี้มีคนเข้าชม : 2
เมื่อวานนี้มีคนเข้าชม : 12
เดือนนี้มีคนเข้าชม : 130
ปีนี้มีคนเข้าชม : 3,912
เข้าชมลำดับที่

เริ่มใช้งาน : 07 พฤษภาคม 2558
 
ท่องเที่ยว
 

เที่ยวสนุกสนาน ขึ้นเขา-ดำน้ำ ที่ “ประจวบฯ”
ทิวทัศน์อ่าวประจวบฯ เมื่อมองจาก"เขาช่องกระจก"
       “จังหวัดประจวบคีรีขันธ์” ถือว่าเป็นจังหวัดทางผ่านสู่ภาคใต้ ที่ไม่ว่าใครจะเดินทางลงไปใต้ไปจังหวัดไหนๆ ล้วนแล้วแต่ใช้เส้นทางผ่านประจวบฯ ด้วยกันทั้งนั้น“ผู้จัดการท่องเที่ยว” เองก็เดินทางผ่านประจวบฯ อยู่บ่อยครั้ง ส่วนใหญ่แล้วก็ใช้เป็นแค่เส้นทางผ่านไปแล้วก็ผ่านมา ไม่ค่อยจะได้แวะทักทายและสัมผัสกับประจวบฯ อย่างจริงจังเท่าไหร่นัก
       
       แต่สำหรับร้อนนี้“ผู้จัดการท่องเที่ยว”มีโอกาสประจวบเหมาะได้เดินทางสู่ประจวบฯ เราจึงไม่ปล่อยให้ประจวบฯเป็นทางผ่านอีกต่อไป ทริปนี้เราขอปักหลักเที่ยวประจวบฯ ให้หนำใจกันสักหน่อย เพราะว่าที่นี่ก็ถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวตากอากาศเก่าแก่ตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และก็มีของดีซ่อนกายอยู่ภายในจังหวัดมากมาย ไม่ว่าจะเป็นท้องทะเลสวยๆ หมู่เกาะมากมาย หรือว่าป่าเขาลำเนาไพรที่เหมาะแก่ผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวแบบสัมผัสธรรมชาติอย่างเราเป็นอย่างยิ่ง

ทางเดินบันไดกว่า 396 ขั้นเพื่อขึ้นสู่เขาช่องกระจก
       และเดี๋ยวนี้การเดินทางสู่ประจวบฯ นั้นแสนจะสบาย เราออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ตั้งแต่เช้าตรู่ ขับรถตามไปถนนเส้นทางสายเพชรเกษมมุ่งหน้าสู่ภาคใต้ ขับรถแบบไม่ต้องรีบร้อนขับแข่งกับใคร ขับไปแบบสบายๆ เรื่อยๆ ใช้เวลาขับรถประมาณ 3 ชั่วโมงกว่าๆ ก็มาถึงยัง จ.ประจวบคีรีขันธ์แล้ว
       
       อากาศที่ประจวบฯ ช่วงหน้าร้อนอย่างนี้ อุณหภูมิร้อนกว่ากรุงเทพฯ เอาเรื่อง แถมมีแดดที่ร้อนแรงกว่า แต่ดีที่ว่ามีลมทะเลพัดมากระทบผิวกายช่วยผ่อนคลายความร้อนอบอ้าวไปได้บ้าง แต่ถึงกระนั้น “ผู้จัดการท่องเที่ยว” ก็ไม่วายต้องรีบหยิบแว่นกันแดด และหยิบหมวกมาสวมหัวเป็นการใหญ่ก่อนที่จะพร้อมชีพจรลงเท้าออกตะลุยเที่ยวกันทันที
       
       โดยจุดมุ่งหมายที่เที่ยวที่แรกที่เราไปคือที่ “เขาช่องกระจก” ตั้งอยู่ด้านหลังศาลากลางจังหวัด ติดกับอ่าวประจวบฯ เขาช่องกระจกนี้เป็นภูเขาโดดลูกเล็กๆ ที่มองเห็นได้แต่ไกล มีลักษณะเด่นอยู่ตรงที่ใกล้ๆ กับยอดเขาทางด้านทิศเหนือ จะเห็นเป็นโพรงทะลุขนาดใหญ่ ซึ่งโพรงนี้เกิดขึ้นเองจากฝีมือของธรรมชาติ หากมองจากทางด้านล่างขึ้นไปจะเห็นว่าตรงช่องเขานี้มีลักษณะคล้ายกับกระจกใสขนาดใหญ่ ดูแล้วสวยงามน่าทึ่งในความอัศจรรย์ของธรรมชาติเป็นยิ่งนัก

"หาดวนกร" มีหาดทรายขาวๆ และทิวสนที่ทอดตัวไปตามแนวชายหาด
       และใช่ว่าเขาช่องกระจกจะมีแต่โพรงทะลุให้ดูเท่านั้น ที่เขาช่องกระจกยังมีสิ่งที่น่าสนใจมากมายให้ชม โดยการที่จะขึ้นไปเที่ยวบนเขาช่องกระจกนั้น “ผู้จัดการท่องเที่ยว”ต้องเดินขึ้นเขาไปตามทางบันไดกว่า 396 ขั้นที่ทอดตัวยาวขึ้นสู่ยอดเขาด้านบน ซึ่งระหว่างทางที่เดินไปนั้นเราก็มีเพื่อนร่วมเดินทางด้วย เป็นพวกเจ้าจ๋อตัวน้อยที่อาศัยอยู่ตามไหล่เขาที่ดูเหมือนจะคุ้นเคยกับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี เพราะบางตัวทำท่าทำทางยื่นไม้ยื่นมือ เหมือนจะขอของกินจากเราด้วย (แต่งานนี้สอจอ...เสียใจ เราไม่มีกล้วยหรือของกินอะไรติดมือมาด้วยเลย)
       
       การเดินขึ้นเขาช่องกระจกไปตามขั้นบันไดแบบนี้ดูเหมือนจะไม่เหนื่อย แต่ที่ไหนได้เล่นเอาเราหอบแฮกๆ กับเขาเหมือนกัน เพราะว่าทางเดินที่ดูเหมือนเดินสบายๆ แต่ว่าชันเอาเรื่องเลย ทำให้ต้องขอหยุดพักตรงศาลาพักเหนื่อย และแวะพักเดินกลางทางเป็นระยะ พร้อมกับได้ชมวิวทิวทัศน์รอบข้างตลอดทาง และพอเดินสูงขึ้นมาเรื่อยๆ มองกลับลงไปได้เห็นวิวบรรยากาศโดยรอบของตัวเมือง ประจวบฯ เห็นอ่าวประจวบฯ ที่โค้งสวยงาม เห็นเกาะน้อยใหญ่มากมาย เรียกว่าจากที่เหนื่อยๆ ได้เดินชมวิวไปด้วยก็พาให้หายเหนื่อยมีแรงเดินขึ้นเขาต่อไป จนในที่สุดเราก็เดินพิชิตถึงยอดเขาด้านบนจนได้

สนุกสนานกับการดำน้ำดูปะการังที่"เกาะจาน"
       บนยอดเขาด้านบนนี้ ตรงกลางยอดเขามีเจดีย์ทองตั้งโดดเด่นเป็นสง่า ซึ่งเจดีย์นี้เป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุ ด้านข้างมีหอพระที่ด้านในประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง และพระพุทธรูปให้ได้กราบไหว้ขอพรกัน
       
       “ผู้จัดการท่องเที่ยว” เดินชมวิวโดยรอบบนยอดเขาช่องกระจก พร้อมกับได้นั่งพักให้หายเหนื่อยที่ศาลานั่งชมวิวทะเลสวยๆ จากมุมสูงด้านบน นั่งรับสายลมทะเลเย็นๆ จนหายเหนื่อยแล้ว ก็ต้องขอตัวอำลาจากเขาช่องกระจก เดินทางลงเขาไปขึ้นรถ เพื่อมุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทางต่อไป ซึ่งเราตั้งใจว่าจะขอไปเล่นน้ำทะเลให้ชุ่มฉ่ำปอดคลายความร้อนกันดีกว่า
       
       เราเลือกที่จะมาเล่นน้ำทะเลที่ “อุทยานแห่งชาติหาดวนกร” ซึ่งที่นี่มี “หาดวนกร” อันเป็นชายหาดที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของประจวบฯ ชายหาดที่นี่มีหาดทรายนุ่มๆ ที่ขาวสะอาดทอดตัวเป็นแนวยาวไปกับท้องทะเล แถมยังร่มรื่นไปด้วยทิวสนที่ขึ้นเขียวครึ้มให้ร่มเงาทอดตัวขนานไปกับแนวหาดทราย สร้างความรื่นรมย์ และเงียบสงบ ผู้คนไม่พลุกพล่าน เหมาะแก่การลงเล่นน้ำทะเลเสียยิ่งนัก

หาดทรายขาวๆ น้ำทะเลสีเขียวคราม ความงดงามบนเกาะจาน
       “ผู้จัดการท่องเที่ยว” อดใจไม่ไหว เห็นน้ำทะเลใสๆ แบบนี้แล้วเป็นต้องวิ่งเข้าใส่ ลงเล่นน้ำทะเลให้คลายร้อน เล่นโต้เกลียวคลื่นอย่างสนุกสานเป็นที่สำราญใจกันไป แต่ใช่ว่างานนี้เราจะลงเล่นน้ำทะเลอย่างเดียวเสียเมื่อไหร่ เพราะที่อุทยานฯ หาดวนกรแห่งนี้ยังมีอีกหนึ่งกิจกรรมท่องเที่ยวทางทะเลที่น่าสนใจ คือ การไปดำน้ำดูปะการังที่ “เกาะจาน” ซึ่งอยู่ห่างจากอุทยานฯ หาดวนกรไปประมาณ 7 กม.
       
       เรานั่งเรือสปีดโบตออกจากหาดวนกร ใช้เวลาฝ่าเกลียวคลื่นออกไปในทะเลเพียงแค่ 20 นาทีก็มาถึงยังเกาะจาน เกาะเล็กๆ ที่มีหาดทรายขาวละเอียดยาวประมาณ 100 เมตร มีความเงียบสงบราวกับเป็นเกาะส่วนตัวอย่างนั้นเลย และบนเกาะจานนี้ยังเป็นที่อยู่อาศัยของนกนางแอ่นกินรังนับแสนตัว ซึ่งบนเกาะมีการทำสัมปทานเก็บรังนกด้วย
       
       หลังจากที่เดินทัศนาบนเกาะสักเล็กน้อย เราก็รีบจัดแจงใส่เสื้อชูชีพ และหยิบหน้ากากดำน้ำ แล้วก็กระโจนลงทะเลทันที เพื่อดำดิ่งสู่โลกใต้ท้องทะเลดูแนวปะการังที่สวยงาม ซึ่งการดำน้ำที่เกาะจานแค่ดำแบบผิวน้ำก็จะได้เห็นความงดงามของปะการังที่มีความอุดมสมบูรณ์อยู่มาก มีทั้งปะการังแข็ง และปะการังอ่อน มีดอกไม้ทะเล และพวกสัตว์ทะเล อย่างหอยเม่น และปลาหลากหลายสายพันธุ์ให้ได้เห็น

ใกล้ๆ กับเกาะจานมีเกาะท้ายทรีย์ที่สามารถดำน้ำดูปะการังได้เหมือนกัน
       “ผู้จัดการท่องเที่ยว”ดำผุดดำว่ายอย่างสนุกสนาน และสุขสำราญอยู่กับโลกใต้ท้องทะเลอยู่เป็นนานสองนานกว่าจะขึ้นจากทะเลได้ แล้วเรือก็ไปรอรับเราอยู่ที่เกาะท้ายทรีย์ เป็นเกาะที่อยู่ใกล้ๆ กับเกาะจาน และที่เกาะท้ายทรีย์นี้ก็มีแนวปะการังให้ดูเหมือนกัน และมีการทำสัมปทานเหมือนกับเกาะจานด้วย ซึ่งหากถึงช่วงหน้าน้ำลดเมื่อไหร่ ระหว่างเกาะจานและเกาะท้ายทรีย์นี้สามารถเดินไปมาถึงกันได้ด้วย (คล้ายๆ กับทะเลแหวกอย่างนั้นแหละ)
       
       หลังจากที่ขึ้นเรือแล้ว เราก็ต้องโบกมืออำลาเกาะจาน และเกาะท้ายทรีย์ เพื่อมุ่งตรงกลับมาขึ้นฝั่งที่หาดวนกรอีกครั้ง ระหว่างที่นั่งอยู่บนเรือ “ผู้จัดการท่องเที่ยว” ก็พร่ำนึกอยู่ในใจว่าไม่ผิดหวังจริงๆ กับการตัดสินใจมาเที่ยวที่ประจวบฯ ในครั้งนี้ เพราะได้รับความสุขสนุกสนาน สำราญกายและใจอย่างเต็มที่ เห็นทีว่าวันหน้าฟ้าใหม่หากมีโอกาสประจวบเหมาะ เราจะกลับมาเยือนประจวบฯ อีกครั้ง

 
 
 

โครงการพัฒนาอินเทอร์เน็ตโรงเรียน กทมโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร
e-Mail : knowledgeplus@tot.co.th
โทร 0-2575-7602, 0-2575-4893 (เวลาราชการ)
Copyright ® 2010-2012 Multimedia Services Development Sector . All Rights Reserved.
Webmaster
เว็บไซต์นี้แสดงผลได้ดีที่สุดกับ Google Chrome Internet Explorer และ Firefox